สถานที่สำคัญทางศาสนา
สถานที่สำคัญทางศาสนา PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 05:59

ศาลเจ้าพ่อเทวารักษ์หลักเมือง

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์หลักเมือง

     สถานที่อันศักดิ์ศิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะของชาวขอนแก่นแห่งนี้ ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาสุขใจถนนเทพารักษ์หน้าเทศบาลขอนแก่น ท่านเจ้าคุณปู่พระราชสารธรรมมุนีและหลวงธุรนัยพินิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ริเริ่มสร้างขึ้นโดยนำหลักศิลาจารึกจากโบราณสถานในท้องที่อำเภอชุมแพมาประกอบพ ธีทางพุทธศาสนาและตั้งเป็นศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙

พระธาตุขามแก่น

พระธาตุขามแก่น

     สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่า โมริยกษัตริย์เจ้าเมืองโมรีย์ ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชามีความประสงคืที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆมาบรรจุพระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม ๙ องค์ นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่งวึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้วและบริเวณนี้ภูมิประเทสราบเรียบดีจึงหยุดคณะพักชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้าปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่าจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้านเมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้งปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้พร้อมกับนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุและให้นามว่าพระธาตุขามแก่นมาจนทุกวันนี้ พระธาตุขามแก่นถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น ทุกปีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ จะมีงานฉลองและนมัสการพราตุเป็นประจำ

     การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๐๙ (ขอนแก่น – กาฬสินธุ์)ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เมื่อข้ามลำน้ำพองแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโคกสีไปอีกประมาณ ๑๔ กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่ง ไปตามถนนกสิกรทุ่งสร้าง – ค่ายศรีพัชรินทร์ – บ้านโคกท่า ถึงสะพานข้ามแม่น้ำพอง เลี้ยวขวาจะเจอป้ายไปพระธาตุขามแก่นอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร

วัดหนองแวง พระอารามหลวง

วัดหนองแวง (พระมหาะตุแก่นนคร)

     ภายในวัดหนองแวงซึ่งเป็นพระอารามหลวง มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือพระธาตุเก้าชั้น ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๕๐ เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และมหามังคลานุสรณ์ ๒๐๐ ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ ๘๐ เมตร มีพระจุลธาตุ ๔ องค์ ตั้งอยู่ ๔ มุมและมีกำแพงแก้วพยานาค ๗ เศรียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวารวดีผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานตากแห ภายในองค์พระธาตุมีอยู่ ๙ ชั้น ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเมือง จังหวัดขอนแก่น

วัดสระบัวแก้ว

วัดสระบัวแก้ว

     ตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ ลักษณะเด่นของวัดแห่งนี้คงจะเป็นภาะจิตรกรรมหรือฮูปแต้มและประติมากรรม ตรงเชิงบรรไดทางขึ้นสู่โบสถ์ประดับด้วยประติมากรรมสิงห์หมอบทั้งซ้ายและขวา ด้านหน้าสิงห์ทั้งสองมีรูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้ารูปปั้นทั้งสองล้วนเป็นฝีมือของหลานพ่อผุย พระอุปัชฌาย์ วัดสระบัวแก้ว ส่วนผนังของโบสถ์แห่งนี้ก่ออิบถือปูน บริเวณภายในและภายนอกผนังทั้งสี่ด้านจะปรากฏจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คน ชาดก สวรรค์ นรก หรือนิทานพื้นบ้านเป็นต้น มีการแบ่งองค์ประกอบของภาพออกเป็นตอนๆโดยช่างแต้มจะใช้เส้นแถบหรือสินเทาเป็นตัวแบ่งเรื่อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วฮูปแต้มอีสานมักไม่ปรากฏว่ามีสินเทา สินเทานี้มีรูปร่างเหมือนสายฟ้าแลบ สามารถเห็นได้ในงานจิตรกรรมฝาผนังสมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งที่สะดุดตาและเกิดความประทับใจเป็นพิเศษสำหรับฮูปแต้มวัดสระบัวแก้วก็คือ  ช่างแต้มดูออกจะมีอิสระเสรี สามารถที่จะแสดงฝีมือของตนได้อย่างเต็มที่ต่อการเขียนภาพต้นไม้ ใบไม้และภาพสัตว์นานาชนิด ซึ่งลักษณะนี้จะคล้ายกับงานจิตรกรรมตะวันตกในสมัยอิมเพลสชั่นนิสม์สังเกตได้จากฝีแปรงการแตะแต้ม ส่วนสีที่ใช้จะเป็นสีเหลือง คราม ดินแดง เขียว ฟ้า ดำ

     การเดินทาง จากขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข๒ (มิตรภาพ) มุ่งสู่อำเภอพล ระยะทางประมาณ ๗๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๗ ไปยัง อำเภอหนองสองห้อง ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร (ระหว่างกม.ที่ ๒๗ – ๒๘) ก็จะถึงบ้านวังคูณ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็จะถึงวัดสระบัวแก้ว

วัดไชยศรี

วัดไชยศรี

     ตั้งอยู่ที่ลบ้านสะวี ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ ๒๐ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๘ สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ดูสวยงามแปลกตาฝีมือนายทอง ทิพย์ชา ช่างพื้นบ้านชาวมหาสารคาม ภาพจิตรกรรมที่วัดนี้ จะเขียนทั้งภายในและภายนอกสิม (โบสถ์) สิ่งที่สะดุดตาอันดับแรกคือ การใช้สี ช่างจะเขียนด้วยสีฝุ่นโทนสีคราม เหลือง ขาว มองสบายตา ลักษณะการเขียนภาพเน้นสัดส่วนที่เกินจริง อารมณ์ของภาพดูสนุกสนาน ตัวละครจะออกท่าทางโลดโผน เรื่องราวที่เขียนบนฝาผนังด้านนอกเป็นรูปนรกแปดขุม ภาะพระเวสสันดร นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์สินไชย ภาพทวารบาล ส่วนด้านในจะเล่าเรื่องพุทธประวัติ มีภาพเทพ มนุษย์และสัตว์ต่างๆแต่ปกติวัดในต่างจังหวัดยังคงเคร่งตามประเพณีเดิม คือผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปภายในโบสถ์ได้ ซึ่งวัดไชยศรีก็เป็นวัดหนึ่งที่ยังรักษาธรรมเนียมนี้อยู่ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของสิมโบราณเดิมเป็นหลังคาแบบอีสานคือมีปีกยื่น ต่อมาหลังคาชำรุดชาวบ้านจึงร่วมกันปฏิสังขรณ์ใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ซึ่งไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ทั่วถึงจึงทำให้ภาพจิตรกรรมที่ผนังด้านนอกเลือนไปบ้างแต่อย่างไรก็ดีกรมศิลปากรก็ได้เข้ามาต่อเติมปีกด้านข้างของโบสถ์แล้ว นอกจากนั้นยังยกพื้นขึ้นเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะฐานด้วย

     การเดินทาง ไปตามถนนมะลิวัลย์สายขอนแก่น-ชุมแพ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๔ แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหมู่บ้านสาวะถี ผ่านบ้านม่วงรวมระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร เป็นทางลูกรังประมาณครึ่งหนึ่งแต่ถ้าจะไปโดยทางลาดยางตลอดต้องอ้อมเล็กน้อยผ่านบ้านม่วง บ้านโคกล่าม บ้านหนองตาไก้ บ้านม่วงโป้ บ้านโนนกู่และเข้าสู่บ้านสาวะถี

วัดอุดมคงคาคีรีเขต

วัดอุดมคงคาคีรีเขต

     ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านโคก เป็นวัดป่าของหลวงปู่ผางซึ่งเคยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วแต่มืออนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิของหลวงปู่ผาง อยู่ในบริเวณวัด วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีต้นไม้ป่าขึ้นอยู่ร่มรื่นเป็นวัดที่เน้นการปฏิบัติวิปัสสนา

     การเดินทาง ไปตามเส้นทางขอนแก่น – ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข ๑๒) ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร แยกว้ายเข้าเส้นทางสายบ้านทุ่ม – มัญจาคีรี (ทางหลวงหมายเลข ๒๐๖๒) อีกประมาณ ๔๔ กิโลเมตร แล้วแยกเข้าเส้นทางสายมัญจาคีรี – ชัยภูมิ (ทางหลวงหมายเลข ๒๒๙) ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าวัดอีก ๑๒ กิโลเมตร

สิม(โบสถ์)วัดสระทองบ้านบัว

สิม (โบสถ์) วัดสระทองบ้านบัว

     ตั้งอยู่ที่บ้านบัว ตำบลกุดเค้า เป็นอาคารทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แสดงลักษณะเด่นชัดของพื้นถิ่นอีสานมีการแต้มสีภาพ โดยภายนอกอาคารประดับแว่นแก้วฐานชุกชี ภายในประดิษฐานพระประธานศิลาทรายรูปแบบอีสาน โดยในปี ๒๕๔๕ ได้รับรางวัลอาคารทรงคุณค่า ด้านการอนุรักษ์ มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก (Award of Merit) จากองค์การ ยูเนสโก้ (UNESCO)

สิมอีสาน (วัดป่าแสงอรุณ)วัดพระพุทธบาทภูพานคำ

สิมอีสาน (วัดป่าแสงอรุณ)

     ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดป่าแสงอรุณ ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นประมาณ ๓ กิโลเมตร ตามเส้นทางขอนแก่น – กาฬสินธุ์ สิมอีสานได้เน้นถึงรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคง สามารถคุ้มแดดคุ้มฝนตลอดจนความวิจิตรงดงามของภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณืของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น อันเป็นการปลูกฝังแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ดีต่อไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่นตลอดไป

วัดพระพุทธบาทภูพานคำ

     ตั้งบริเวณไหล่เขาภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในมณฑปและพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่หรือหลวงพ่อใหญ่ สูง ๑๔ เมตร อยู่บนยอดเขามีบันไดทางขึ้นจากลานวัดไปยังยอดเขาจำนวน ๑,๐๔๙ ชั้น หรือจะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาก็ได้ บนยอดเขามองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบเขื่อนอุบลรัตน์ได้สวยงาม

     การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ ก่อนถึงประตูทางเข้าบริเวณเขื่อนจะมีป้ายวัดอยู่ด้านซ้ายมือหรือจะใช้ทางเข้าวัดซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลอุบลรัตน์ก็ได้

 

 


ข่าวและความเคลื่อนไหว